Header62

วัดสมุหประดิษฐาราม

            วัดสมุหประดิษฐาราม ตั้งอยู่เลขที่ 2 หมู่ที่ 7 ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เจ้าพระยานิกรบดินทร์ มหินทรมหากัลยาณมิตร (โต) ต้นตระกูลกัลยาณมิตร สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 และได้รับพระราชทานเป็นพระอารามหลวง

            วัดสมุหประดิษฐารามเคยเป็นที่ตั้งสำนักงานของเจ้าเมืองคณะสระบุรีของคณะสงฆ์ (ปัจจุบันเรียกว่า เจ้าคณะจังหวัด) ปรากฏหลักฐานตั้งแต่ รัชกาลที่ 4 เป็นวัดริเริ่มการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม-บาลี เริ่มแรกเปิดเรียนนักธรรม เมื่อ พ.ศ.2458 และเปิดเรียนบาลี เมื่อ พ.ศ.2477 โดยพระศีลวิสุทธิดิลก (โต ธมฺมปญฺโญ) เจ้าอาวาส และเจ้าคณะเมืองสระบุรี ในสมัยนั้นผู้ดำเนินการเป็นแห่งแรกในจังหวัดสระบุรี และเปิดสอนมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันนี้

            การบูรณปฏิสังขรณ์โดยตระกูลกัลยาณมิตร อาทิเช่น พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภัทรายุวดี และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเจริญศรีชนมายุ พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 ซึ่งทั้งสองพระองค์เป็นหลานของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ มหินทรมหากัลยาณมิตร (โต) ผู้สร้างวัดสมุหประดิษฐาราม จนกระทั่งคนในตระกูลกัลยาณมิตร และบุคคลทั่วไปเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา

 

วัตถุโบราณและโบราณสถานที่น่าสนใจ

พระอุโบสถ

 

            สร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2404 และมีการบูรณะครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.2443 ลักษณะทรงไทยเฉลียง 2 ชั้น ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันเป็นปูนปั้นลวดลายดอกไม้และสิงห์ (สัญญาลักษณ์กระทรวงมหาดไทย) ทั้ง 2 ด้าน ประตูหน้าหลัง หน้าต่าง 5 ช่อง ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง เพดานเป็นไม้ระบายด้วยสีมีลายเป็นดอก มีกำแพงแก้วล้อมรอบทั้งสี่ด้านมีซุ้มของกำแพงทั้ง 4 ด้านครบถ้วน

 

พระประธาน ภายในพระอุโบสถ

 

 

            พระประธานภายในพระอุโบสถเป็นพระหล่อลงรักปิดทอง ปางมารวิชัยสมัยสุโขทัย หน้าตักกว้าง 2 ศอก 10 นิ้ว อัญเชิญมาจากเมืองเก่าสุโขทัย และมีพระอัครสาวกหล่อลงรักปิดทองสององค์ นั่งพับเพียบประนมมืออยู่เบื้องซ้ายและเบื้องขวา สูง 1 ศอก 7 นิ้ว เท่ากันทั้งสององค์

วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร

วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร

วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหารสันนิษฐานว่าการสร้างครั้งแรกสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี ห่างจากที่ตั้งวัดปัจจุบัน ไปทางทิศเหนือขององค์พระประโทณเจดีย์ประมาณ 1,200 เมตร วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร ในพื้นที่ปัจจุบันสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวปีพุทธศักราช 2324 ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือขององค์พระประโทณเจดีย์ และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปีพุทธศักราช 2327 สันนิษฐานว่าย้ายมาจากที่เดิมเมื่อ 200 ปีเศษ เนื่องจากพบกุฏิโบราณหลังหนึ่งจารึกตัวหนังสือและตัวเลขด้วยปูนระบุว่าได้รับการซ่อมแซมเมื่อปีพุทธศักราช 2456

 

วัตถุโบราณและโบราณสถานที่น่าสนใจ

 

พระประโทณเจดีย์

 

        เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในวัด เดิมมีรูปเป็นทรงตามลักษณะของเจดีย์สมัยทวารวดี สภาพเป็นเนินดินทับถมทรุดโทรมรกร้างมานานนับพันปี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา จึงได้มีการสร้างวัดพระประโทณเจดีย์ขึ้น ในช่วงการสร้างมีการขุดพบวัตถุโบราณในสมัยทวารวดีจำนวนมาก บางส่วนเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ นอกจากนั้นได้มีการสร้างพระปรางค์จำลองขึ้นบนฐานเนินดินพระประโทณเจดีย์ และภายในบรรจุพระบรมสาริริกธาตุที่ยังไม่ได้ถูกขุดค้นนำออกไปเช่นเจดีย์องค์อื่น

        พระประโทณเจดีย์เป็นศูนย์กลางของเมืองโบราณนครปฐม ตั้งอยู่กลางคูเมืองโบราณเป็นมรดกของชาติในสมัยทวารวดีอีกแห่งหนึ่ง ควบคู่กับพระปฐมเจดีย์ และเจดีย์จุลประโทณซึ่งเป็นซากเจดีย์เก่าแก่อีกองค์หนึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน บริเวณโดยรอบเจดีย์มีต้นพิกุลขนาดใหญ่ให้ความร่มรื่นด้วย

 

หลวงพ่อโตวัดพระประโทณเจดีย์

        หลวงพ่อโต ประดิษฐานอยู่ที่พระอุโบสถภายในวัดพระประโทณเจดีย์ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสน มีอายุหลายร้อยปีเป็นที่นับถือของบุคคลทั่วไป และภายในพระอุโบสถยังมีรูปปั้นหลวงพ่อดำ หลวงพ่อแดง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัยประดิษฐานขนาบสองข้างองค์หลวงพ่อโตด้วย

 

วัดเขาบางทราย

            วัดเขาบางทราย พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ตั้งอยู่ที่ตำบลบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ห่างจากตัวจังหวัดชลบุรีไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร กล่าวกันว่าพระมหากษัตริย์ผู้ครองกรุงศรีอยุธยาเป็นผู้สร้างขึ้นในระหว่างปี พ.ศ. 2249-2275 วัดเขาบางทรายเป็นพระอารามหลวงที่ใหญ่ที่สุด วัดนี้เคยเจริญรุ่งเรืองอยู่ช่วงระยะหนึ่ง แล้วกลายเป็นวัดร้างจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าพระยาพระคลัง ที่สมุหกลาโหม ยกทัพไปปราบอั้งยี่ ที่วัดคงคาลัย ตำบลบางทราย อำเภอเมืองชลบุรี หลังจากปราบอั้งยี่ลงได้แล้ว เจ้าพระยาพระคลังได้มีบัญชาสั่งให้ปลัดทัพสถาปนาวัดเขาบางทรายขึ้นมาใหม่ ในปี พ.ศ. 2390 ต่อมาวัดนี้ได้รับการบูรณะอีกครั้งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพระยาวิชิตชลเขต ผู้กำกับราชการเมืองชลบุรีกับพระราชาคณะหลายรูป ศาสนสถานที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ ได้แก่ มณฑปพระพุทธบาท เจดีย์ วิหาร ตึกพำนักเจริญภาวนาและบ่อน้ำ เป็นต้น เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชอยู่ พระองค์ได้เสด็จธุดงค์ไปนมัสการพระพุทธบาท เสด็จเยี่ยมเจ้าอาวาสวัดเขาบางทรายและเมื่อปี พ.ศ. 2447 ทางราชการจัดพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยาที่วัดเขาบางทราย

 

วัตถุโบราณและโบราณสถานที่น่าสนใจ

 

รอยพระพุทธบาท

 

            รอยพระพุทธบาท ประดิษฐานอยู่ในพระมณฑป 2 รอย รอยหนึ่งอยู่ในบ่อหรือในกรุ สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา อีกรอยหนึ่งอยู่บนพื้นพระมณฑป รอยหินพระพุทธบาทเป็นสีขาว ชาวบ้านเรียกว่า หินเปลือกหอย หรือหินตุ๊กต่ำ รอยพระบาทที่ 2 สันนิษฐานกันว่าก่อนสมัยอยุธยา พระพุทธบาททั้งที่อยู่ในกรุและอยู่ข้างบนมีลวดลายเป็นรูปต่างๆ คล้ายรูปมงคล 108 ประการ ส่วนรูปของพระพุทธบาทตามตำรากล่าวว่า พื้นพระบาทเสมอกันจะเหยียบลงหรือยกขึ้นก็พร้อมกัน นอกจากมีรอยรูปมงคลดังกล่าวแล้วยังมีรอยอื่นอีกคือจักร ที่ประกอบด้วย กง กำ และดุม โดยรอบขอบดุมก็ปรากฏกำทั้งพันหนึ่งนั้นแต่ละอันๆ ก็มีรอยลวดในริมข้างทั้งสองที่ริมขอบกงนั้นมีรอยลูกแก้วกลมปรากฏเป็นระเบียบเรียบเรียงไปโดยรอบ

  

 

 สระน้ำเจ้าคุณเฒ่า

 

            สระน้ำเจ้าคุณเฒ่าอยู่ทางหน้าวัดด้านเหนือข้างพระอุโบสถ สระน้ำแห่งนี้ท่านเจ้าคุณพระชลโธปมคุณมุนีได้ร่วมกับเจ้าเมือง พระยาวิชิตชลเขต (ทด สมุทรานนท์) จางวางผู้กำกับเมืองชลบุรี และชาวบ้านช่วยกันพัฒนาแหล่งน้ำ ขุดสระกักเก็บน้ำฝน สำหรับชาวบ้านชาววัดได้ประโยชน์จากแหล่งน้ำนี้ เพราะเมืองชลในสมัยนั้นขาดแคลนแหล่งน้ำจืด น้ำดื่ม น้ำใช้ และท่านเจ้าคุณพระชลโธปมคุณมุนีได้ทำพิธีลงอักขระที่หินก้อนใหญ่ไว้ที่กลางสระน้ำขนาดใหญ่ ทำนองฝังความอาถรรพ์ทำให้คนเกรงไม่กล้าทำสกปรก
           "สระน้ำเจ้าคุณเฒ่า" เป็นสระน้ำเก่าแก่อยู่คู่บ้านคู่เมืองจนเป็นที่เคารพของชาวจังหวัดชลบุรีมาอย่างยาวนาน ในปี พ.ศ. 2542 กระทรวงมหาดไทยสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ถวายเป็นน้ำอภิเษกในวันออกเสด็จมหาสมาคม ณ มณฑลพระราชพิธีและได้ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำจาก "สระเจ้าคุณเฒ่า" แล้วนําไปประกอบพิธีเสกทำน้ำศักดิ์สิทธิ์ ณ พระอุโบสถวัดเขาบางทราย

บริจาคทรัพย์

ช่องทางร่วมสมทบทุนในการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

  • โอนเงินได้ที่บัญชีชื่อ “กองทุนกฐินมหาวิทยาลัยกรุงเทพ”
    เลขที่บัญชี 080 – 707005 - 7 บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพ
    พร้อมส่งหลักฐานการโอนเงินมาที่ โทรสาร 0 2407 3999 หรือ อีเมล aao@bu.ac.th
  • เงินสดใส่ซองนำส่งหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
    แผนกบริหารงานทั่วไป สำนักอำนวยการ อาคาร A7 ชั้น 1 โทร. 0 2407 3888 ต่อ 2804

 

Radon Gallery

Get In Touch

320 Wakara

Way Salt Lake City, UT 84108

Phone: +1 801 584 3600

Fax: +1 801 584 3625

Email: info@delta.com